
ศรีลังกาในหลากหลายแง่มุมมอง
มีผู้ให้คำนิยาม ประเทศศรีลังกา ไว้หลายความหมายทั้งในแง่ของนักเดินทางท่องเที่ยว นักประวัติศาสตร์ นักการศาสนา และนักกวีนิพนธ์ ซึ่งได้มาพบเห็นเกิดความประทับใจในแง่มุมที่ตนเองชอบ บ้างก็ว่า ศรีลังกา คือ “เกาะสวรรค์บนพื้นพิภพ” เพราะมีความสวยงามในลักษณะของภูมิประเทศ และภูมิอากาศ ตลอดถึงผู้คนที่น่ารักเพราะถูกกล่อมเกลาด้วยธรรมะคำสอนในทางพระพุทธศาสนา
บ้างก็ว่า “ศรีลังกา คือ ไข่มุกแห่งคาบสมุทรอินเดีย” เป็นดินแดนแห่งหาดทรายสวย สายลมเย็น แสงแดดจ้าที่นักท่องเที่ยวแถบยุโรป อเมริกาหนีหนาวมาพักผ่อนอาบแสงอาทิตย์ สูดอากาศที่บริสุทธิ์ และรับบริการแห่งความมีน้ำใจของเจ้าของประเทศจนมีชื่อเสียงไปทั่วโลก
บ้างก็ว่า “ศรีลังกา คือ เมืองแห่งห้องเก็บมหาเจดีย์ที่มีเอกสารเป็นรูปแบบ เป็นพิพิธภัณฑ์ทางพระพุทธศาสนาที่คงหลักฐานปรากฏอยู่ทั่วประเทศ (พิพิธภัณฑ์กลางแจ้งที่ใหญ่ที่สุดในโลก) หรือ จะเรียกว่าเป็นตู้คัมภีร์ทางพระพุทธศาสนาที่เก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งในโลกก็ว่าได้
และ ศรีลังกา เป็นเมืองแห่งรอยยิ้ม และความมีน้ำใจของชาวเกาะ เป็นแดนสุขาวดี บนพื้นโลกที่ประพรมไปด้วยสีเขียวสดแห่งต้นไม้ และพืชพันธุ์ธัญญาหาร พร้อมทั้งกลิ่นหอมจรุงใจของเครื่องเทศ และแพรวพราวด้วยอัญมณีที่มีค่า จนมีเมืองชื่อว่า รัตนบุระ และมีนักกวีนิพนธ์ได้กล่าวถึงพื้นที่ของประเทศศรีลังกาเปรียบเหมือน หยดน้ำตาของสาวน้อย (ซึ่งเปรียบเปรยประเทศอินเดียเป็นใบหน้าของหญิงสาว) ซึ่งพื้นที่เกาะ หลุดออกไปจากผืนแผ่นดินใหญ่อนุทวีป คืออินเดียในปัจจุบัน ซึ่งก็ไม่เกินความจริงที่จะเรียกชื่ออย่างนั้น เพราะสรรค์แห่งใหม่ของผู้ที่มีหัวใจรักธรรมชาติอยู่ที่นี่ และให้เกาะสรรค์แห่งนี้เป็นสื่อแห่งความสวยงามตามธรรมชาติกับมนุษยโลกในพื้นพิภพนี้
ในอดีตแม้จะมีผู้กล่าวถึงชาวพื้นเมืองของลังกาว่าเป็นพวก ยักษ์ พวกนาค และรากษส เป็นคนป่าคนเถื่อน ไม่มีวัฒนธรรม แถมยังกินเนื้อสด ๆ เป็นอาหาร มีบันทึกโบราณกล่าวถึงพวกคนป่าที่ชาวยุโรปเดินเรือมาถึงและได้พบเห็นวิถีชีวิตเขาเล่าว่า มีเรือสินค้าไปอับปาง ณ เกาะลังกาถูกพวกรากษสจับไปกินเป็นอาหารบ้างก็มี
แต่สภาพแห่งความเป็นจริงแล้ว ศรีลังกา ไม่น่ากลัวอย่างที่คิด และไม่ทำให้ท่านที่เดินทางมาเยือนผิดหวัง มีแต่ความประทับใจ ตรึงใจกลับไปทุกราย เมื่อกลับไปแล้วก็ถวิลหาอยากกลับมาอีก อย่างที่ไม่สามารถจะหาที่ไหนประทับใจเท่านี้อีกเลย
No comments:
Post a Comment